header image
 

ออกเรือน

เอาล่ะ ได้ฤกษ์ลงรูปบรรยากาศงานให้คนที่ไปไม่ได้ ได้ดูกันซะที

หลายคนบอกว่าสนุกมาก พวกเราเมากันเกลื่อนกลาด อยู่ด้วยกันจนหยดสุดท้าย

..นั่นแหละ! ที่อยากให้เป็น

ก่อนจะไปถึงภาพนั้น อันนี้เป็นงานตอนเช้า เค้าเรียกกันว่า พิธีรดน้ำสังข์ คำบรรยายอยู่ใต้ภาพนะ

ที่หน้างานมีจักรยานด้วย

ก่อนเริ่มงานฝนตกด้วย

แต่พอถึงเวลาฝนก็หยุด

ก็เลยได้รดน้ำสังข์

 ไม่สิ ต้องเจิมก่อน แล้วก็ต้องคล้องมงคลกับพวงมาลัยด้วย

 คุณย่าดีใจมากจริงๆ

พวกเราดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ตื่นเช้า  โดยเฉพาะสองคนซ้ายมือให้เกียรติเป็นคู่ที่ปูเตียงให้ด้วย

 

 

ต่อไปเป็นปาร์ตี้ตอนเย็น งานที่เราไม่รู้ว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้ช่วยทำอะไรเลย

ก็เลยไม่กล้าเชิญใครต่อใครไปเยอะแยะ

กะว่าถ้างานเละเพราะฝนจะได้ด่ากันได้สะดวกๆ

แต่…

 

พอจะเริ่มงานจริงๆก็หยุดตก ^_________________^

พี่อ้วนแห่งสลับสีก็เลยขนดอกไม้มาสี่คันรถ

พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง

ที่มองออกไปก็จะเป็นทะเล

มองจากทะเลก็จะเป็นอย่างนี้

แต่งตัวเสร็จแล้ว

ลงมาจากบนบ้าน เพราะไปขอพรจากภาพของเจ้าพระยารามราฆพซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน

และหลังจากนั้นฝนก็ไม่ตกอีกเลย

เริ่มพลบค่ำแล้ว แขกทะยอยมากันแล้ว

 

ให้ดูชัดๆว่าที่ชุดมีสกรีนรูปต่างๆ และมีรูปคู่ของเราสองคนด้วย

แขกมากันเยอะแล้ว คณะพี่ๆและเจ้านายก็มา

คณะพ่อสื่อแม่สื่อก็มากันครบ เสียดายที่น้าปอยมาไม่ได้หนึ่งคน และวงเซลล์มาได้คนเดียว

อะไรๆบนเวทีก็เริ่มขึ้น  พี่โอ๋และลูกหว้าแห่งดูบาดูกำลังสะกดคนฟัง

พี่โตน sofa ร้องเพลงให้  เพราะจัง

คุณย่าเป็นประธานในพิธี  โชว์ความเจ๋งให้ประจักษ์กันไป

จ๋ากับพี่เต็ดช่วยเป็นพิธีกรให้  …อย่างสนุกเลย

จ่อยก็ขับมอร์เตอร์ไซต์มาจากกรุงเทพฯ

เราไม่ตัดเค้ก เปิดแชมเปญแทน

จะโยนดอกไม้สืบทอดทายาท  ..ญี่ปุ่น เพื่อนเจ้าสาวได้ไป..

แบบว่าดอกไม้ของพี่อ้วนเหลือ

ความเละเทะก็เริ่มขึ้น

มากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากขึ้นเพลงเร็ว …ก็….

รูปหลังจากนี้ลงไม่ได้แล้ว  มันเละมาก

 

ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่ยอมเดินทางไกลฝ่าฝนไปถึงหัวหิน

มันมีความหมายสำหรับเราสองคนจริงๆ

ขอโทษทุกคนที่ไม่ได้บอกบ้าง บอกทีหลังบ้าง อันเนื่องมาจากเกรงใจเอามากๆ

(และกลัวอีกด้วยว่าฝนจะตก งานจะเละ)

นอกจากจะขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ช่วยงานทุกคนแล้ว

ก็ขอบคุณ Mr. Smith อีกล้านครั้ง ที่จัดงานในฝันให้เกินฝัน

 

^____________^

 

ปล. มีรูปอื่นๆอีกมากที่ hi5 ของเจี๊ยบและแยมจ้ะ

http://www.hi5.com/friend/34130411–Sunantha–Profile-html

 

 Mrs.Smith 

ความสุขของกะทิ

ชอบจัง

ซื้อมาตั้งนานแล้วเพิ่งได้อ่านจบแบบรวดเดียว

นอกจากวิธีการเล่าเรื่อง  อ่านแล้วรู้สึกนุ่มเนียนบอกไม่ถูก คำที่เรียบง่าย แต่อธิบายได้แบบซึมลึก

ชอบบรรยากาศบ้านริมคลอง ที่มีต้นไม้ครึ้มๆ มีโอ่งเยอะๆ มีราวตากผ้า ฯลฯ

ทำให้อยากไปอยู่แถวนั้นซักพัก

คลายความร้อนจากเรื่องเร่งๆ 

-  ขอบคุณของขวัญจากพี่ตุ๊กและพิม ทำให้วันเหนื่อยๆ ดีขึ้น

 

หมั้นใจมั่น

 

 

ขอบคุณทุกคนที่ยอมตื่นเช้ามืดไปกันเยอะแยะเกินคาดจริงๆ

ขอบคุณ “my fiancé”  สำหรับทุกๆอย่างค่ะ

^_________________^

 

 

Stepping Into My Life

 

อัดรูปเสร็จแล้ว

พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ที่ตำบลห้วยเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ตรงหลักกิโลเมตรที่ 216 เลยหาดชะอำมาเล็กน้อย เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2467

ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง”

ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้สองชั้น หันหน้าออกสู่ทะเล พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วย พระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งสุนทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา พระที่นั่งพิศาลสาครเป็นที่ประทับของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหมู่พระที่นั่งตรงกลาง ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ สำหรับสำราญพระอิริยาบถ ห้องพักข้าราชบริพารที่คอยรับใช้ใกล้ชิด ห้องทรงพระอักษร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์พระสมุทร

ในปี พ.ศ.2484 เจ้าพระยารามราฆพ ได้สร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ประดิษฐานไว้ ณ ท้องพระโรงพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และได้จัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลถวายเป็นพระราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต ของพระองค์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นประจำทุกปี

สิ่งที่น่ายกย่องของสถานที่แห่งนี้ ได้แก่ ความตั้งใจและความพยายาม ที่จะสร้างที่ประทับ ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศอย่างแท้จริง พระที่นั่งและส่วนประกอบอื่นๆ ทั้งหมดจึงใช้ไม้เป็นวัสดุหลัก มีลักษณะโปร่ง รับแสงแดด และลมทะเล ใต้ถุนสูง และมีหลังคาคุ้มแดด เดินถึงกันได้ตลอดทุกส่วน ฝ้าเพดาน ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อให้มีน้ำหนัก และแข็งแรงต้านลมทะเลได้ ความละเอียดรอบคอบ ในการสร้าง เห็นได้จากโคนเสาคอนกรีต ใต้ถุนอาคาร มีที่หล่อน้ำ กันมดแมลงด้วย

บ้านเจ้าพระยารามราฆพ

เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริที่จะสร้างพระราชนิเวศน์มาเพื่อแปรพระราชฐานในฤดูร้อน จึงทรงโปรดเกล้าให้สร้างเรือนพักของเจ้าพระยารามราฆพ ซึ่งดำรงตำแหน่งสมุหราชองครักษ์ และเป็นมหาดเล็กหัวหน้าห้องพระบรรทมให้ด้วย โดยสร้างตามแบบบ้านพักตากอากาศที่นิยมกันในสมัยนั้น โดยเป็นสัดส่วนแยกกันกับหมู่พระที่นั่ง แต่ยังสามารถมองเห็นกันได้ จะติดต่อโดยการใช้โคมไฟสี ซึ่งชักขึ้นเหนือเสาศาลาลงสรงของพระบามสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ถ้าเป้นไฟสีเหลือง ก็หมายความว่ากำลังแต่งพระองค์อยู่ และถ้าเป็นสีเขียวก็หมายความว่าเข้าเสด็จเข้าโต๊ะเพื่อเสวยพระกระยาหารค่ำแล้ว

ที่เกาะเต่ามีเรื่องเล่า

 

เรื่องที่ 1

ที่เกาะนี้สวยมาก ห้องพักของเราอยู่บนภูเขาเตี้ยๆ มองออกไปก็จะเห็นทะเลแบบนี้

น้ำใสจนเห็นปลาเต็มไปหมด

นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำที่นี่

แต่เรานิยมเดินลงไปแช่ตัวในน้ำอุ่นๆ ที่อุ่นจนถึงกลางคืน

เรื่องที่ 2

เรามีบอดี้การ์ดเป็นหมาตัวนี้ ชื่อโมโม่

โมโม่ทำหน้าที่เดินไปเป็นเพื่อนทุกครั้งที่เดินลงไปในทะเล

ว่ายน้ำอยู่ข้างๆเมื่อเราลงไปจุดที่ลึกเกินโมโม่จะเดินได้

และเดินกลับมาส่งเมื่อขึ้นจากน้ำ

คืนก่อนกลับ โมโม่เดินขึ้นเขาไปส่งถึงหน้าห้องพัก

 

เรื่องที่ 3

เกิดเหตุการณ์สำคัญสำหรับชีวิตเรา ณ โขดหินที่เต็มไปด้วยหอยโขดนี้

โมโม่ก็ยืนอยู่ด้วย ดูสิ เห็นหางโมโม่มั้ย

มันดูจะเห็นด้วย และไม่ได้คัดค้านอะไร

 

ทุกอย่างดูจะลงตัวแล้ว

เริ่มได้!

 

เต่า แกไม่รอดหรอก

 

 

เพื่อความพร้อมในการท่องเที่ยวเกือบสิบวันในครั้งนี้

เราถึงกับไปตรวจร่างกาย

ทำให้รู้ว่าผู้หญิงเรามีอาการปวดท้องเพราะน้ำในถุงรังไข่ได้ด้วย

 

แต่นั่น ไม่อาจทำให้ทริปนี้ล่มได้

ฝันไปเถอะ!

ชั้นจัดกระเป๋าเสร็จตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วนู่น

 

หัวหิน สมุย และเกาะเต่า เดี๋ยวเราจะต้องเจอกัน

 

 

 

^________________________^

ร้อน

hot

 

จนเป็นไข้แล้ว

“Be aware of your belonging”

ดีจริง ไม่ต้องเขียนบล็อคเอง ไอ้เจี๊ยบมันเขียนให้เรียบร้อยเลย เนื่องจากเจี๊ยบเขียนไว้ดีมาก จึงขอคัดลอกมาทั้งดุ้น ดังนี้

    สวัสดีดากานดา,

     เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ชั้นได้เห็นเรื่องราวของแกและเพื่อนสนิทของแกอย่างไอ้ไข่ย้อยครั้งแรกก็ในโรงหนัง และหลังจากนั้นสักพักชั้นก็หยิบเรื่องแกกับมันขึ้นมาดูบ่อยครั้งด้วยความคิดถึง อาจเป็นได้ว่าเพราะบรรยากาศและเรื่องราวในหนังมันทำให้ชั้นคิดถึงมหา’ลัยของชั้น ที่สำคัญชั้นเองก็เคยแอบรักเพื่อนสนิทว่ะ (แต่น่าแปลกที่ไม่ยักโดนเพื่อนสนิทมาแอบรักเหมือนที่แกโดน)

     จากวันนั้นจนถึงวันนี้,

     ชั้นยังมีคำถามในใจมากมายที่แม้จะฟุ้งน้ำลายคุยกับใครไปทั่วแล้ว แต่ชั้นก็ยังข้องใจอยู่เนืองๆ จนมันปะทุออกมาวันนี้ สุดท้ายเลยต้องเขียนจดหมายถึงแก

     เรื่องของเรื่อง คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาข้อความทางโทรศัพท์มาให้ชั้นอ่าน ข้อความมันก็ไม่มีอะไรมาก แค่ผู้ชายแสนดีคนหนึ่งที่เคยผูกพันธ์ในชีวิตแล้วหายไปนานเป็นปี เขาก็ถามไถ่ทั่วๆ ไปแหล่ะ แต่ชั้นกับยัยผู้หญิงคนนี้ดันเกิดคำถามว่า “แล้วหนึ่งปีที่หายไปล่ะ อยู่ดีๆ จะมาเนียนกลับมา…” มันเลยทำให้ชั้นโพล่งเรื่องของแกออกมา

     ดากานดา, ชั้นอยากรู้จริงๆ ว่าหลังจากที่ไอ้ไข่ย้อยเดินสะบัดตูดใส่แกในวันที่มันบอก “ชั้นรักแกว่ะ” แล้วน่ะ แกเป็นยังไงบ้าง?

     ใจแกคิดอะไรตอนนั้น?

     “แกมาทำอะไรเอาป่านนี้” พูดไปแล้วแกรู้สึกยังไง?

     แล้วตอนที่ไข่ย้อยหายหน้าไป…แกเจ็บแค่ไหน?

     ชั้นเองก็เข้าใจนะว่าหนังเรื่องนี้มันเป็นผู้ชายหน่อยๆ มันเป็นเรื่องของไอ้ไข่ย้อย แต่ชั้นก็อยากเห็นนะ ชั้นอยากเห็นเรื่องของแกหลังจากเหตุการณ์วันนั้นจริงๆ เพราะในขณะที่ชั้นเห็นไอ้ไข่ย้อยใส่เฝือก, นั่งวาดรูป, ออกเดทกับพยาบาลสาว ฯลฯ แกทำอะไรอยู่?

     ไม่ได้จะบอกหรอกว่าเข้าใจแกอย่างสุดซึ้ง แต่อย่างน้อยชั้นก็…คิดถึงแกนะ

 http://mahnakorn.wordpress.com

                อ่านสิ่งที่เจี๊ยบเขียนจบแล้ว  ก็ให้นึกย้อนไปว่า เราและคนรอบข้างต่างต้องพัวพันกับเรื่องทำนองนี้อยู่เสมอ ที่เขียนวันนี้มันจึงเหมือนภาคต่อ (ลองย้อนกลับไปอ่านบล็อคของพวกเราดูสิ มีหลายเรื่องเลย 1คิดถึงทุกปี  2ล้ำเส้น   ฯลฯ  )   ทำให้เราและเจี๊ยบค่อนข้างจะเข้าใจ  ถึงแม้จะไม่ได้ทะลุปรุโปร่งพอจะแก้ปัญหาหรือป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับความสัมพันธ์แบบนี้  แต่ก็ทำให้เราระมัดระวังไม่ให้ตัวเองและคนสำคัญของเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันน่าอึดอัดได้อีก  

เราว่ามันเป็นเรื่องของเวลาในช่วงชีวิตของคนสองคน …เวลาของแต่ละคนไม่เท่ากัน มันอาจจะเหลื่อมกันด้วยวินาที หรือหลายปีหลายรอบ  ประโยค “มาบอกอะไรป่านนี้” จึงเป็นประโยคที่ครอบคลุมความรู้สึกที่เต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับเวลาที่ผ่านไป บวกกับความเจ็บร้าวนิดๆเมื่อสิ่งที่ได้รับเมื่อสายไร้ประโยชน์กับทุกฝ่าย แถมยังอาจจะทำให้เจ็บปวดซะมากกว่าที่จะไม่รู้อะไรเลย

ดากานดา อย่างเรา สรุปว่า เหลื่อมซ้อนเวลาที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์มันควบคุมยากว่ะ  สถิติและประสบการณ์ยังช่วยได้ไม่ทั้งหมดเลย บางทีพวกแม่ๆเค้าโทษว่าดวงไม่สมพงษ์กัน 

แต่ว่า ถ้าคุณมีคนสำคัญ คนรัก  คนที่ชอบ  คนที่เป็นของคุณอยู่แล้วเนี่ย  ก็ขอให้ทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดเหอะ ระมัดระวังซักหน่อยก็คงไม่เหนื่อยมาก หันไปมองนิดหน่อย แต่บ่อยครั้ง  คงไม่สูญเสียความเป็นตัวของคุณเองหรอก 

เหมือนป้ายที่เราเห็นทุกวันที่ Starbucks เค้าติดไว้ตรงมุมรอรับกาแฟ

“Be aware of your belonging”

                                 

เน้นย้ำ : entry นี้อุทิศให้เจี๊ยบและคนที่ดิฉันควรรักษาไว้ให้จงดี

เพลงกับทะเล

ร้อนมาก…

แต่กลับอยากให้ถึงช่วงที่ร้อนที่สุดของปีเร็วๆ  :)

เพราะปีนี้  เราจะใช้เวลาเกือบสิบวันของช่วงนั้นอยู่ริมทะเล !

      ตั้งแต่เริ่มทำงาน ไม่เคยลางานติดกันเกินสองวัน  ไม่เคยลาพักร้อน  ..ปีนี้เป็นปีแรกที่จะทำอย่างนั้น  เราจึงค่อนข้างตื่นเต้นกับทริปนี้ เห่อเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ซึ่งนอกจากการเตรียมตัวเรื่องเสื้อผ้าแล้ว สิ่งที่ไม่มีไม่ได้ก็คือเพลง 

   เราเติมเพลงเหล่านี้ลงใน VIO Pocket คู่ชีพ

A twist of marley

Acoustic Alchemy - The beautiful game

AL Jarreau - Tomorrow Today

AnitaO’Day’s-finest hour

Antonio Carlos Jobim’s

Bossa Nova - Score by Eumir Deodato

Jazz4Chillin’

Jazz on Cinema 2-3

The Very Best Romantic Dinner Jazz

Clapton Chronicles - the best of Eric Clapton

LAURA FYGI - The best of

Lisa Ono

 OST - IL MARE(A Love Story)

และอื่นๆอีกมากก

                         ทั้งนี้ เพื่อความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เราจึงต้องมีลำโพงขนาดเล็กอันนี้ เพื่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนอื่นด้วย

JBL ON STAGE MICRO Wht

 เลือกซื้ออันที่หน้าตาเหมือนจานบินนิดหน่อย สวยสู้อีกรุ่นไมได้ แต่มันชาร์ทไอพอดในตัวได้ด้วย

talay
เพลงจะทำให้ทะเลสวยขึ้นได้อีก